ทองคำ เนรมิต แปลงเป็นเงินสด

” ทองคำ ” สามารถ เนรมิต แปลงเป็นเงินสดได้ในยามขัดสน

ขณะเดียวกันการ เนรมิต ในยามที่เราขัดสน หรือจำเป็นต้องใช้เงินอย่างรีบเร่ง ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทองที่เก็บสะสมไว้เป็นทุนรอนก้อนหนึ่ง ก็สามารถช่วยได้

เนรมิต

ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการขาย หรือใช้จำนำที่โรงรับจำนำที่สถานธนานุบาลทั้งรัฐและเอกชน ที่ฮอตฮิตมากคือ ช่วงใกล้โรงเรียนเปิดเทอม จะเห็นว่าทองคำไม่ว่าจะเป็นสายสร้อยคอทองคำ แหวน กำไรข้อมือ สร้อยข้อมือ ต่างหู

สามารถช่วยชีวิตผู้ปกครองได้มากทีเดียวหรือเรียกว่า ช่วยเติมออกซิเจน ยืดลมหายใจออกไปได้อีกหลายเฮือก สามารถใช้หัวแม่มือปั๊ม ช่วยแปลงเป็นเงินจ่ายค่าเทอมบุตรหลานเสื้อผ้าชุดนักเรียน สมุด หนังสือ เรียนตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ในบัดดล

ขณะที่ทองก็ยังอยู่แต่ถูกฝากไว้ที่โรงรับจำนำเมื่อมีเงินจากการทำงานมาไถ่ถอน ทองเส้นนั้นก็ยังอยู่และสามารถนำไปหมุนเวียนใช้ในโอกาสต่อไปได้

ขณะที่นับจากปี 2554 เป็นต้นไป โรงรับจำนำหรือสถานธนานุบาล ได้ปรับโฉมรูปแบบใหม่เพื่อการจูงใจโดยเฉพาะโรงรับจำนำสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขตจำนวนกว่า 20 แห่งที่พยายามยกโรงรับจำนำให้เทียบชั้นสถาบันการเงิน

ด้วยสโลแกน “ดอกเบี้ยต่ำ น้ำใจเด่น เน้นบริการ” และเชื่อว่า โรงรับจำนำเอกชน อื่นๆ จะนำไปปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่เอาใจลูกค้าในยามยากเช่นกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้หมึกดำๆ ใช้หัวแม่โป้งบดขยี้ก่อนปั๊มลงตั๋วจำนำเป็นหลักฐาน

ก็จะใช้ระบบเทคโนโลยี โยใช้ระบบคอมพิวเตอร์สแกนนิ้วแทนแถมติดแอร์เย็นฉ่ำ ดอกเบี้ยต่ำให้ตัวเงินมาก เป็นต้น

จากการบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งภายในโรงรับจำนำสาขาประดิพัทธ์ ของกทม. ระบุว่าช่วงวันเปิดเทอมหรือช่วงใกล้เปิดเทอม มีทั้ง นิสิต นักศึกษา ผู้ปกครอง เพิ่มขึ้น 10-15% และยอดจำนำสูงขึ้น 10%

โดยส่วนใหญ่สิ่งที่ พวกเขานำมาจำนำในช่วงวิกฤติของชีวิตหรือชั่วโมงเร่งด้วยที่ต้องใช้เงิน ส่วนใหญ่จะให้เป็นทองคำร้อยละ 90 เลยทีเดียว ดังจะเห็นได้ว่าทองมีคุณค่าอนันต์ประโยชน์มหันต์ ที่ไม่มีวันเสื่อมถอยเลยก็ว่าได้

เจ้าหน้าที่ท่านนั้นยังฉายภาพต่อว่า ยิ่งช่วงราคาทองแพงพุ่งสูงปรี๊ด ยิ่งมีคนนำทองมาจำนำมาก แต่ทางโรงรับจำนำของเราได้จัดโปรโมชั่นจูงใจเช่นกัน ในยามที่สถาบันการเงินไม่สามารถปล่อยกู้รายย่อยให้ได้ ไม้ว่าจะเป็นการศึกษาเล่าเรียน ลงทุนย่อยๆ “ทอง”

นี่แหละช่วยชีวิตพวกเขา ตั้งแต่คนระดับล่างรากหญ้ายันคนที่มีอันจะกิน เพราะสะดวกรวดเร็วได้เงินมาก ดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 50สตางค์ต่อเดือนเท่านั้นจากเงินต้นไม่เกิน 70,000 บาท

โดยให้เฉพาะ นิสิต นักศึกษาหากแสดงบัตรยืนยันว่าเป็นนิสิตนักศึกษาจริง ถือว่าสูงทีเดียว ส่วนประชาชนทั่วไป เขาระบุว่าให้อัตราดอกเบี้ยในอัตราปกติคือ 1.25บาท

ที่ผ่านกทม.ได้เริ่มแล้ว นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป และเริ่มแล้ว 20สาขา ทั่วทั้งกทม. ในสมัยของ ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร โดยโปรโมชั่นในลักษณะนี้ กทม.ได้จัดปีละ2ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมโดยทองคำเขาจะรับจำนำ ที่ 87.5% จากมูลค่าของทอง ณ เวลานั้น

แต่ก็ถือว่า ถูกกว่าที่จะซื้อของใหม่ ที่สำคัญยังไม่เสียค่ากำเหน็ดในราคาสูงๆ เหมือนกับร้านทอง ซึ่งสามารถเป็นช่องทางการออม หรือนำไปหมุนเวียนเป็นกระแสเงินสดในอนาคตได้ ที่ผ่านมาโรงรับจำนำได้มีการเปิดประมูลทรัพย์หลุดจำนำ

โดยเฉพาะทองอยู่เป็นประจำ หากใครสนใจก็หาประมูลได้ทุกแห่งเพราะเชื่อว่า นี่คือการลงทุนและการออมรูปแบบหนึ่งที่สนใจเช่นกัน

แหล่งรวบรวมข้อมูล : Google

สามารถติดตามเพิ่มเติม ได้ที่นี่